วันนี้ยาวมากๆขอสักวันละกันนะครับ
เซ็งมากๆครับวันนี้ ตื่นเช้ามาฝนก็ตกพรำๆเนื่องจากกินยาไปเมื่อคืนเลยสลบไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย ตื่นเช้ามาได้ยินเสียงฝนพรำๆ ไม่รู้ด้วยสัญชาติญาณหรือเปล่ารีบกระเด้งวิ่งพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวลงไปหลังบ้าน เซ็งจิตอย่างแรง … พุดของฉานนน … กำลังออกดอกหลายต้น ดอกที่บานแล้วก็พับหน้าพับหลังส่วนคุณดอกตูมๆแรมเดือนก็ร่วงหล่นกันสนุกสนาน (ท่าจะตกหนัก) ด้วยเหตุที่คาดการณ์ผิดพลาดคิดว่าจะตื่นสัก 05.30 มาย้ายที่กลับเข้ามุมไม่โดนฝนก็ดันตื่นซะ 06.30 เห้อ … เอาเหอะยังมีอีกหลายดอกต่อไปจะเอาไว้ไม่ให้โดนฝนละ จริงๆแล้วมุมที่ไม่โดนฝนก็โดนแดดเช้าแล้วก็ไม่ได้เป็นมุมอับเลย แต่จะบังคับให้ออกดอกก็เลยต้องเอาออกไปไว้ที่แจ้งให้โดนแดดเช้าถึงบ่าย ผลก็เป็นเช่นนี้แล … ตอนนี้พุดที่ออกดอกเยอะที่สุดในบ้านคือ พุดบูรพา ไม่นับ พุดพิชญา นะเออ [-*-]a
เข้าทำงานก็โดนให้ออกไปพบลูกค้าอีกแล้ว แมคก็ยังแปลกใจว่าทำไมวันนี้ฝ่ายขายถึงเกี่ยงไม่อยากจะออกไปพบลูกค้าคนนี้กันสักคน? ทั้งๆที่เวลาจะได้ออกนอกออฟฟิศแต่ละคนจะริกรี้กันมากๆ พอเห็นรายชื่อลูกค้าแล้วก็ถึงบางอ้อ … เพราะลูกค้าเทวดาคนนี้จู้จี้สุดๆ เป็นคุณป้าอายุเยอะแล้วขึ้นชื่อเรื่องการวีนแตกเป็นอย่างยิ่ง หัวหน้าเดินมาหาพร้อมยิ้มหวานจ๋อยและเอื้อนเอ่ยว่า
- พี่รู้ว่าแมคทำได้ … แล้วก็เดินจากไป …
อะไรวะ? งง! จริงๆลูกค้าคนนี้ไม่ใช่คนที่แมคจะดูแลเลยนะ แต่ละคนก็มีลูกค้าของตัวเองที่ต้องดูแล แต่คุณป้ารายนี้ไม่มีใครจับจองไปดูแลกันเลย ปกติแล้วแมคจะได้ลูกค้าเป็นชาวต่างประเทศที่แถบๆตะวันออกไกลและตะวันออกเฉียงใต้อย่างจีน, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน เป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกค้าคนไทยก็มีแต่ไม่มาก สงสัยหัวหน้าลงโทษที่ชอบหนีไป JJ กับลูกค้าประจำ เลยโยนป้าคนนี้มาให้เฉยเลย … ใจก็หวั่นๆครับแต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรมากมายเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจออะไรที่ค่อนข้างกดดัน (แมคไม่เคยไปพบลูกค้าคนนี้มาก่อน นี่คือครั้งแรก)
พอไปถึงที่ออฟฟิศลูกค้าแถวสะพานควาย (ใกล้ JJ อีกละ อิอิ) เป็นออฟฟิศเล็กๆเหมือนโฮมออฟฟิศ ตกแต่งได้สวยงามมากๆ มีสวนเล็กๆหน้าออฟฟิศต้นไม้ครึ้มร่มรื่นมากๆ แมคชอบมากเลยสวยดีครับมีบ่อปลาคาร์พด้วย พนักงานต้อนรับให้นั่งรอข้างในออฟฟิศ รอนานไปนิดแมคเลยเดินออกมาดูต้นไม้ปากประตูหน่อย ยังไม่ทันพิจารณาว่าต้นอะไรเลย และแล้ว …
- คุณวชิรวิทย์ใช่ไหม?
- ครับ … แมคตอบรับและหันกลับไปก็เจอคุณป้าที่น่าจะเป็นคนที่เล่าลือ ครับ ครับผม สวัสดีครับ -/|\-
- สวัสดีย่ะ! แหมทำเหมือนบัานตัวเองเลยนะ มาทำงานไม่ใช่หรือคุณน่ะ
- ครับ ครับ ต้องขออภัยด้วยครับ พอดีสวนที่นี่สวยมากๆผมเลยเดินออกมาดูหน่อยครับ (แต่ดูเมือนฝ่ายตรงข้ามจะไม่สนใจคำตอบ พร้อมกับบอกว่า)
- โน่น ที่ของคุณอยู่ข้างใน
- ครับ ครับ … (งานเข้าแล้วใช่ไหมครับพี่น้อง)
- ชั้นไม่เข้าใจจริงๆเลยนะ ว่าทำไมบริษัทนี้พนักงานแต่ละคนแต่งตัวกันไม่เรียบร้อยสักคน
- ครับ
- นี่เป็นคำถามนะคะคุณวชิรวิทย์ คำว่าครับคือคำตอบหรือยะ?
- เอ่อ … เปล่าครับ (ดูสิอุตส่าห์ผูกไทด์ไปด้วย ยังว่าไม่เรียบร้อย) ต้องขออภัยด้วยนะครับ ครั้งหน้าผมจะแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้ครับ
- ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วย่ะ เสื้อก็ไม่ใส่ให้เรียบร้อย รุ่มร่ามยัดให้มันเรียบร้อยหน่อยก็ดีนะ แต่ตัวยังกะนักเรียน ม.ต้น
สรุปก็คือต้องยัดๆเสื้อเข้าไปในกางเกงให้ตึงกว่าที่เคยทำ แมคก็ไม่ได้เสื้อหลุดสักกะหน่อย (คิดในใจ) ก็เข้าไปนั่งคุยในห้องประชุมเล็กๆครับ ที่นี่จัดได้สวยมากครับทั้งข้างนอกและภายใน คิดว่าป้าคนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ ระหว่างที่คุยงานไปบ่นไป (บ่นเยอะจนจำไม่ไหมด) ก็มีเสียง “ก๊อกๆ” แล้วก็เงียบไป (มีคนมาเคาะประตู) คุณป้าก็ไม่ได้สนใจก็คุยเรื่องงานอยู่อย่าเมามัน “ก๊อกๆ” “เชิญย่ะ” พนักงานผู้หญิงยกแก้วน้ำมาให้แมคครับ เชื่อไหมว่าพนักงานผู้หญิงคนนี้เรียบร้อยมาก ทั้งการพูดและกริยาเหมือนเคาะออกมาจากชาววังเลยจริงๆให้ตายสิ แต่พอเห็นแก้วน้ำ แมคก็แปลกๆใจว่ามันคือน้ำอะไร? ก็มองแก้วน้ำแล้วคิดไปเรื่อยๆว่าน้ำอะไรเนี่ยคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก ป้าคงจะเห็นว่าแมคมองอยู่เลยตอบมาว่า “น้ำใบบัวบก กินได้ ไม่ตาย” โอ้ … มายยย กร๊อดดดดด ไม่จริงใช่ไหม น้ำใบบัวบกเป็น 1 ในน้ำที่แมคเกลียดมากที่สุด T_T แต่ด้วยเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่งก็เลยจิบพอเป็นพิธีไป 1 จิบ ป้าก็แอบมองไปพูดงานไป เป็นครั้งแรกที่แมคมาคุยงานกับลูกค้าแล้วเป็นทางการมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ก่อนมาก็ดูรายละเอียดลูกค้ามาพอสมควรแล้วครับ แต่พอมาเห็นออฟฟิศก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าบริษัทเล็กๆแค่นี้แต่สั่งสินค้าจัดอยู่ในกลุ่มลูกค้าเกรด A ของบริษัทเลย ไม่รู้เอาไปต่อยอดทำอะไรนึกไม่ออก ไม่กล้าถามด้วย
- นี่คุณวชิรวิทย์ คุณช่วยมาดูโปรกรมนี้ให้หน่อยสิ๊ แก้ตรงนี้ไม่ได้
- ครับ (แมคเดินเข้าไปดูหน้าจอคอมพ์)
- เนี่ยๆตรงนี้ๆ ถ้าจะย้ายให้ทั้งหมดไปอยู่กับอีกกลุ่มนึงต้องทำยังไง
- เอ่อ … อืมมม … (ตายห่ะ MS Access ใช้ไม่เป็นเลย เคยเรียนอยู่สมัย ม.ปลาย ไม่เคยใช้งานจริงลืมหมด)
- อะไร ใช้ไม่เป็น?
- ครับ ใช้ไม่เป็นครับ ถ้า Excel ผมพอได้ครับ ต้องขอโทษจริงๆครับ
- ไม่ได้เรื่องเลย นี่ถ้าชั้นให้คนสวนชั้นไปสมัครตำแหน่งเธอชั้นว่าเธอคงไม่ได้มาเจอชั้นที่นี่แน่ๆ
- ผมเคยเรียนมานานมากครับ แต่ไม่ได้ใช้งานจริงๆเลยสำหรับ Access
- แล้วคุณใช้อะไรเป็นบ้าง ในเครื่องนี้ (คุณป้าลุกให้แมคนั่งแทน)
… ขณะกำลังดูว่าในเครื่องมีอะไรบ้าง คุณป้าก็พูดขึ้นมาว่า …
- MSN, Yahoo, ICQ, mIRC, Camfrog เป็นหมดเลยล่ะสิ?
- แมคก็ยิ้มๆ ก็ไล่ๆไปเรื่อยๆ แปลกมากๆครับคอมพ์ของคนอายุ 70 กว่าๆมีโปรแกรมที่คุณป้าพูดทั้งหมดเลย แมคก็ตอบว่าก็มีหลายตัวนะครับที่ใช้ได้
- อะไรบ้างล่ะ ไล่มาสิ๊
- ก็มี Word, Excel, FrontPage, PhotoShop, Illustrator, DreamWeaver บลาๆ บลาๆ ยิ่งไล่ไปก็ยิ่งงงเพราะมีเยอะมากโปรแกรมเหล่านี้
- คุณทำ Web เป็นเหรอ
- เป็นครับ เคยทำมาครับ
- ก็ดีนะ คงตัดแต่งรูปโป๊ลงเนทบ่อยล่ะสิ?
- ไม่เคยครับ ไม่เคย (อึ้งไปเลย)
ก็คุยกันจบความแล้วครับ ตกลงราคาสินค้ากันแล้ว (พร้อมบ่นตลอด แมคก็ยิ้มลูกเดียว) ป้าก็บอกว่า “เดี๋ยวมา อย่าออกไปดูต้นไม้อีกล่ะ” ก็นึกๆอยู่ในใจว่าคราวนี้จะเจออะไรอีก ตาก็มองออกไปนอกหน้าต่างเพลินๆดูต้นไม้ไม่ทันไรก็ “ก๊อกๆ” แมคก็หันไปมองประตู … เงียบ ฉี่ … “ก๊อกๆ” แมคก็เลยลุกไปเปิดประตู ตกกะใจเพราะเป็นคุณป้านั่นเอง -_-’ เคาะทำไมเนี่ยงง! แมคก็ยิ้มให้ คุณป้าพูดออกมาว่า “ต๋าย มีมารยาทกับเค้าด้วยเหรอ?” แมคก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะโดนใส่มาจนน่วมด้านชาไปหมด ก็ได้แต่ยิ้ม แต่คราวนี้ป้าไม่ได้มาคนเดียว แต่ป้าพากลิ่นหอมบางอย่างเข้ามาด้วยคละคลุ้ง จากมือขวาที่ถือขนมสังขยาฟักทองหอมกรุ่น และอีกหลายๆกลิ่นรวมๆที่ไม่รู้ว่ากลิ่นอะไร แมคคิดว่าอยู่ในมือซ้ายของป้าที่กุมเอาไว้แบบมิดชิดเหมือนกลัวแมคจะเห็น จะมองแบบสังเกตุก็กลัวจะโดนว่าเสือก เอ๊ย กลัวเสียมารยาท “อ่ะชิมดู” คุณป้าส่งขนมให้แมค อิอิ แมคก็ชอบขนมไทยมากๆนะครับ คราวนี้เลยทานแบบไม่ขัดขืน ก็ลองชิมไปคำแรกก็แปลกใจมากๆ เพราะไม่เคยทานสังขยาฟักทองที่ไหนหอมขนาดนี้มาก่อน
- เป็นยังไงบ้าง?
- อร่อยมากครับ
- อร่อยยังไง? ไหนลองอธิบายสิ๊
- อร่อยทั้งรสชาติและกลิ่นครับ ไม่เคยทานขนมชนิดนี้ที่หอมขนาดนี้มาก่อนเลย
- สมแล้วที่คุณอยู่แผนกขาย ไม่อร่อยคุณก็ต้องบอกว่าอร่อย ถึงชั้นจะพอใจกับคำตอบชั้นก็ไม่สั่งของคุณเพิ่มหรอกนะ แต่ถ้าชั้นไม่พอใจชั้นจะลดของที่สั่ง คุณคงพอรู้มาแล้วไม่ใช่เหรอ?
- อร่อยจริงๆครับ ไม่โกหกครับ
- แล้วคุณรู้ไหมว่า มันคือกลิ่นของอะไร?
- เอ่อ … ไม่ทราบครับ (คุณป้าแบมือซ้ายที่กำอยู่ออก มีดอกไม้อยู่ 4 ชนิด)
- ทายสิ๊กลิ่นของดอกไหน
- มองอย่างงงงวย ดอกไม้ที่เห็นเดาๆก็น่ามี จำปูน นมแมวกับลำดวน 3 ดอกนี้แมคแยกไม่ออกเพราะไม่เคยปลูกเคยเห็นแต่รูปผ่านๆ แต่ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นอันไหน แล้วก็มีอีกดอกที่ไม่แน่ใจว่าเป็นยี่หุบหรือมณฑา เลยชี้ไปที่ดอกที่น่าจะเป็นนมแมว
- ผิด นี่มันลำดวนย่ะ จะตอบนมแมวล่ะสิ
- อ่อกลิ่นนมแมวหรือครับ ผมว่าแล้วเชียว
- จริงๆก็มีเตยด้วยนะ เธอนี่เพ้อเจ้อแถมยังแถเก่งอีก
บรรยากาศหลังจากนั้นดีขึ้นมากครับ คุณป้าชวนคุยเรื่องดอกไม้ 4 ดอกนี้กับเรื่องทำขนม แมคแปลกใจมากๆเพราะการสนทนาเรื่อง 2 เรื่องนี้เป็นการสนทนาที่แมคได้เห็นรอยิ้มของคุณป้าคนนี้ออกมาได้แทบตลอดเวลา ถึงแม้จะมีการเหน็บแนมแมคบ้างในบางครั้งแต่แมคก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีเลย เพราะอย่างน้อยก็ต้องทำใจแล้วว่าทำงานด้านนี้ลูกค้าคือพระเจ้า หัวหน้าไม่สนใจหรอกลูกน้องจะโดนด่าโดนอะไรมา สนใจแต่ว่าถ้ายอดขายลดโดนลูกค้าโทรกลับมาต่อว่า พวกแมคก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ทนและต้องทนอย่างเดียวแล้วจะดีเอง คุณป้าถามว่าแมคปลูกต้นไม้ด้วยใช่ไหม แมคก็บอกว่าใช่ครับ คุณป้ารู้เพราะเห็นท่าตอนแมคเดินไปมองต้นไม้ คุณป้าบอกว่ามองดูก็รู้เพราะท่าทางบอก (ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย) แมคก็บอกว่าที่บ้านจะมีต้นตระกูลพูดมากที่สุดมีหลายพันธุ์ คุณป้าบอกว่า “เป็นการเริ่มต้นที่ดี อีกไม่นานหรอกคุณจะมาสนใจต้นไม้ในกลุ่มนี้ มันเป็นการไต่ลำดับขั้น ถ้าคุณชอบปลูกต้นไม้แบบจริงจัง อีกไม่นานหรอกอีกไม่นาน”
มันอาจจะจริงหรือไม่จริงแมคก็ไม่รู้ครับ เพราะตั้งแต่เด็กๆมาจะเห็นจำปีจำปามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่เคยสนใจเรื่องกลิ่นเลย อาจจะเพราะยังเด็กนะครับ แต่พอได้ดมดอกไม้ 4 ดอกในวันนี้ประทับใจมากๆครับ เคยไปวนๆเดินดูแต่ก็ไม่เคยได้ซื้อไม่เคยได้ถามราคากลับมาเลยสักต้น ต้นที่มีบุญได้เข้ามาในบ้านแมคก็มีแต่ต้นน่ารักๆที่เค้านิยมปลูกกันนั่นแหละ (บุญน้อยหรือบุญมากก็ไม่รู้) คุยกันอยู่ตั้งนานหลายๆเรื่องเลยครับ ก็ถึงเวลาที่แมคจะลากลับเพราะวันนี้จะชิ่งเลย ไม่เข้าออฟฟิศแล้วเพราะมาอยู่ที่นี่นานสองนาน ไอ้พวกเพื่อนๆโทรมาถามอาการเป็นระยะๆสงสัยกลัวแมคเฉาตายจมธรณี [-*-]a ก็กะว่าจะไปเดิน JJ ก่อนกลับบ้านสักกะหน่อย คุณป้าก็บอกแป๊บนึงแล้วก็ลุกออกจากห้องไป
คุณป้ากลับมาพร้อมต้นไม้ในกระถางขนาดเล็กๆ 2 ต้น (ตกใจปานกลางถึงม๊ากมาก) คุณป้าบอกว่า
- “คุณวชิรวิทย์ ป้าเป็นคนที่รักต้นไม้มาก 2 ต้นนี้ป้าตอนเองกับมือ การที่ป้าให้ต้นไม้คุณวันนี้ 2 ต้นนั้นป้าเชื่อว่าคุณจะดูแล 2 ต้นนี้ได้ ถ้าวันใดวันหนึ่งคุณปลูกแล้วคุณไม่ชอบ, ไม่อยากปลูกหรืออะไรก็แล้วแต่ เอามาคืนป้า ตกลงไหม?“
อึ้งไปเลยครับ อึ้งสุดๆกับคำพูดนี้ แมคก็ตอบกลับไปว่า ขอบคุณมากครับ แมครับต้นไม้ 2 ต้นนี้มาด้วยใจจริงๆ แล้วก็จะดูแลเค้าไม่ให้ป้าผิดหวังแล้วก็จะไม่มีวันมาคืนแน่ๆครับ [^_^]v
คุณป้าที่แมคเห็นตอนนี้ไม่เหมือนกับคุณป้าที่ได้เจอครั้งแรกพบเลย ถึงเข้าใจว่าคนเรานั้นมีหลายมุมมองเพียงแต่เราจะเลือกมองมุมไหนก็แค่นั้นเอง ถือว่าเป็นวันที่น่าประทับใจอีกวันนึงในชีวิตครับ แมคถือว่าวันนี้แมคได้คุณป้าคนนี้มาเป็นครูสอนเรื่องชีวิตและมุมมองที่กว้างขึ้นไปอีกในการใช้ชีวิต ขอบคุณครับป้า ต่อไปแมคจะรับอาสามาที่นี่เองทุกครั้งเลย [^_^]
เดินออกมาถึงปากซอย นึกขึ้นมาได้ว่า เอ่อ … ต้นอะไรเนี่ย เวรกรรมลืมถามดูก็ไม่ออกด้วยว่ะครับ วิ่งกลับเข้าไปถามคุณป้าอีกครั้งนึง พอวิ่งกลับเข้าไปเจอคุณป้ายืนดูต้นไม้อยู่หน้าออฟฟิศ พอเห็นหน้าแมคเท่านั้นแหละ
- ชั้นว่าแล้ว นี่ชั้นจะฝากต้นไม้ 2 ต้นนี้กับเธอได้ไหมเนี่ย?
- เอ่อ … ดีใจน่ะครับ เลยลืมถามเลยว่าต้นอะไร
- มาทำปากดี นี่ต้นนี้ ยี่หุบ แล้วนี่ก็ จำปูน
- นั่นไง ผมว่าแล้วเชียวเนี่ย คุ้นๆ
- ไหลไปเรื่อย
สรุปว่า ยี่หุบ กับ จำปูน นะครับ ไหนๆเดินกลับมาแล้วเลยคุยเรื่องต้นไม้หน้าออฟฟิศกันต่ออีก คราวนี้ยาวเลยครับ ต้นนั้นต้นนี้ แมคเองก็รู้สึกเหมือนมีครูคนใหม่เรื่องต้นไม้อีกคน คุณป้าก็ดูมีความสุขมากๆที่ได้คุยเรื่องต้นไม้ที่ต้วเองปลูกด้วยความภูมิใจ บลา บลา บลา ฯลฯ
คราวนี้จากกันจริงๆแล้วครับ ก่อนจากแมคยิงคำถามไปอีก 1 ถามคุณป้าว่า คุณป้าเข้าไปในพันทิปบ้างหรือเปล่าครับ คุณป้าไม่ตอบแต่ยิ้ม ถามแมคว่าแมคใช้ชื่ออะไร แมคก็บอกไป คุณป้าตอบกลับมาว่าเหมือนจะเคยเจอกันแล้วมั้ง แต่ไม่คุ้นชื่อหรอก เธอไม่เห็นน่าจดจำเลย [>_<] ต่อไปก็สังเกตเองแล้วกัน ดูต้นไม้รอบๆเอาไว้ แล้วต่อไปจะรู้เองว่าป้าคือใคร แต่คุณป้าก็บอกว่ามาคุณป้าไม่ใช่ขา Post ประจำ น้านนานจะ Post ที แต่ถ้าเห็นรูปจากบรรยากาศรอบข้างก็จะจำได้เอง
โอเคได้จากลากันจริงๆแล้วครับ แมคเลยแวะไปเดิน JJ พักนึง เวรแท้ๆฝนตกครับท่าน โครมๆเลย แล้วก็ช่างดีจริงๆนะ เสียงตามสายที่ JJ เปิดเพลง “ฝน”, “สัญญาหน้าฝน”, “ฝนหยาดสุดท้าย” อะไรเกี่ยวกับฝนพี่แกเปิดสร้างบรรยากาศหมด แต่คนที่ยืนข้างนอกนี่สิ ฮึ่ม … สุดๆเลยว่ะครับ ทั้งเปียกทั้งรำคาญ ฯลฯ
เห็นต้นไม้คุ้นตาต้นนึง เพราะเหมือนต้นที่บ้านปลูกอยู่ดอกคล้ายๆชมพู่มะเหมี่ยวก็ไม่ปาน พอเข้าไปใกล้ๆเฉียดๆถึงรู้ว่าคือต้น รักแรกพบสีแดง รี่เข้าไปถามราคาไม่อยากได้หรอกดูชมพู่มะเหมี่ยวที่บ้านก็ได้ ก็พอรู้ว่าราคาว่าแพงเพราะไม้ใหม่ แต่ราคานี่สิถามแล้วตะลึงงันครับ สีเหลืองต้นไม่ถึงคืบราคา 200 บาท ส่วนสีแดงน่ะเหรอ หึหึ … 1,500 (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) เอ๊ง ต้นใหญ่หน่อยสูงครึ่งฟุต 2,000 (สองพันบาทถ้วน) เอ๊ง ถูกม๊ากมากครับพี่น้อง … คนขายบรรยายสรรพคุณที่ปลูกแสนยากลำบากอย่างนั้นอย่างนี้ โตย๊ากยากเนี่ยๆครึ่งฟุตเนี่ยปีกว่า และนั่นและนี่ บลา บลา บลา จนลูกค้าอีกคนนึงตกหลุมพลางเข้าให้อย่างจัง คว้าสีเหลือต้นเล็กไป 1 ต้น เฮ้อ … แมคนึกในใจว่ามันหอมตรงไหนวะครับ สวยตรงไหนวะครับ ดอกเหมือนชมพู่มะเหมี่ยวเราดีๆนี่เอง ขออภัยสำหรับเพื่อนๆที่ชอบต้นนี้ด้วยนะครับ อิอิ นี่แหละนะชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ราคาขนาดนี้สีแดง 1,500 (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) และ 2,000 (สองพันบาทถ้วน) แรกพบก็รักไม่ลงแล้วค้าบพี่น้อง
เดินดูเห็นจำปีหรือจำปาแคระเนี่ยแหละ จำไม่ค่อยจะได้แต่จำราคาได้แม่นยำ ราคา 800 บาท [-*-'] แม่ค้าบอกดอกหอมม๊าก ขายดีม๊าก ครับ … และก็ครับ … เดินไปเรื่อยๆเห็นต้น ชะลูดช้าง จริงๆไม่ได้อยากได้เท่าไหร่เพราะเลื้อยมโหราฬขนาดนั้น ถ้าไม่เจ๋งจริงๆแมคก็ไม่อยากเอาไปลงที่บ้าน อีกใจนึงก็อยากจะลองปลูกดูเลยลองถามราคาครับ แมคเลยมองหาแม่ค้า พอดีมีแม่ค้าร้านข้างๆเดินมาใกล้ๆแมคเลยถามว่า “ต้นชลูดช้างเท่าไหร่ครับ” แม่ค้าเลยตะโกนเรียกแม่ค้าที่ขายต้นนี้ถามว่าราคาเท่าไหร่ รู้ไหมเอ่ยว่าเกิดอะไรขึ้น … เค้ามองแมคครับ มือเค้าก็ถือจานข้าว ปากก็เคี้ยวตุ้ยๆ มองแล้วก็ไม่สนใจ แม่ค้าคนเดิมก็ตะโกนถามซ้ำอีกครั้ง เค้าก็เฉยไม่สนใจ จนแม่ค้าที่ตะโกนถามให้แมคบอกว่า น้องไปซื้อร้านตรงนั้นนะมีขาย ไม่ต้องไปสนใจมัน เอาเงินมาให้ยังไม่เอาช่างมันเถอะ แปลกดีนะครับมันช่างแตกต่างกับช่วงเมื่อเช้าจริงๆ ที่แมคทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด แต่นี่มันตรงกันข้ามกันเลย เค้าไม่ง้อไม่สนใจลูกค้าเลยเหมือนเงินเราซื้อข้าวกินไม่ได้ ขอให้ขายดีๆนะครับ ด้วยความเคารพครับคุณแม่ค้าเทวดา
ที่จตุจักรแมคมีร้านประจำน้อยมากๆ ก็ด้วยสาเหตุนี้แหละร้านส่วนใหญ่ไม่ง้อลูกค้า ลูกค้าต้องเดินเข้าไปหาต้องขวนขวายเอาเองซึ่งต่างกับที่ สนามหลวง 2 เหมือนฝืนฟ้ากับหลังตีนเลย คนอื่นไม่รู้นะแต่เงินของแมคก็ซื้อข้าวกินได้ครับ ร้านที่ดีๆก็มีครับ บางต้นของร้านที่บริการดีๆถึงจะสวยไม่เท่าร้านคุณพ่อค้าแม่ค้าเทวดา แมคก็ซื้อร้านที่ไม่ค่อยสวยเพราะเลือกเรื่องการบริการมากกว่า (แค้นฝังหุ่น) ส่วนเรื่องเลี้ยงถ้าเค้าไม่ตายเราก็ดูแลเอาเองได้ ง้อซะที่ไหนเล่าเอาสิ
พิมพ์มาเยอะเริ่มเมื่อยมือละ ก็เอาว่าสรุปเลยละกัน วันนี้ได้ต้นไม้จากคุณป้ามา 2 ต้นคือ จำปูน และ ยี่หุบ ได้จาก JJ มา 1 ต้นคือ แก้วมุกดา ต้นนี้ไม่ได้ตั้งใจซื้อเพราะแว่วๆมาว่าโตแล้วต้นจะโอฬารเอาการ แต่แม่ค้าน่ารักมากๆแล้วเทียบๆดูราคาก็ไม่แพงครับ สูง 1 เมตรครึ่งได้ ราคา 120 บาทจาก 150 ต่อได้แค่เนี๊ยะ ร้านอื่นมีขาย 50 บาท ต้นจิ๊ดเดียวเองอ่ะ เอาวะซื้อก็ซื้อ ถึงแม้คนขายจะแถมั่วซั่วว่าดอกคล้ายพุดซ้อน (ตรงไหนวะ? นึกว่าฉานมะรู้เรอะ) ก็ซื้อ มันอาจจะไม่เหมาะกับการปลูกใน กทม. เท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นไร ปลูกเป็นไม้กระถางไปก่อนถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็จะให้แม่เอาไปปลูกในสวนที่ต่้างจังหวัด เพราะที่นั่นสภาพแวดล้อมเหมาะสมกว่ามาก เอาไปปลูกในสวนยางน่าจะเวิร์คนะแมคว่า
จบละครับ เมื่อยจังเน้อย้าวยาว



อ่านจนเพลินเลยครับ
มีเรื่องน่าอ่าน เขียนได้ดีแบบนี้คนติดหนึบต้องมาทุกวันเป็นแน่
ต้นไม้ทำให้คนเราจิตใจอ่อนโยนลงจริงๆ นะครับ
แถมยังเป็นสื่อสานมิตรภาพที่ดีอีกด้วย
ขอให้จำปูนและยี่หุบโตวันโตคืนออกดอกหอมๆ เร็วนะครับ
ปล. 1. อยากรู้จังเลยว่าล็อกอินป้าอะไร
2. เพลงเพราะมาก เหมาะกับเนื้อหาจริงๆ ครับ
ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนเก่าของเราคนนี้จะทำงานการตลาด
ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนเก่าของเราคนนี้จะทำงานการขาย
ไม่ได้ติดต่อกันไม่ได้เจอกันตั้งนานก็ไม่อยากจะเชื่ออีกว่าจะมาชอบปลูกต้นไม้ อะไรทำให้เปลี่ยนไปขนาดนี้ หรือว่าแก่แล้ว
วันนี้ไอ้จิ้งจกเพื่อนเก่าเราเปลี่ยนไปมากเจงๆ
เอ้าทายมาว่าใคร
ยาวมากเลย อ่านแล้วเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์

ว่าแต่ใครจิ้งจกอ่ะ
แมคบ่นมากกว่าพี่ครับกะได
แต่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับเรื่องต้นไม้สามารถดัดสันดานคนได้ โดยเฉพาะแมค
2 ต้นที่ได้มายังละอ่อนมากๆครับ ตอนนี้กำลังอยู่ชั้นเนสเซอรี่อยู่ครับ คงออีกนานกว่าจะขึ้นอนุบาลและประถมได้
ปล.แมคก็กำลังเล็งๆอยู่ครับว่าคุณป้าใช้ลอคอินอะไร



ปูลู.เพลงนี้ดังขึ้นมาตอนเขียนโดยบังเอิญเลยใส่เลยครับ
เปเล.ขอบคุณพี่กะไดที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ
…………………………….
ใครวะครับ? … นึกออกละ
…. อึ่ม ….
…. เอ่อ ….
คุณคือร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมาสืบราชการลับแน่ๆเลย เฉลยมาบัดนาว
…………………………….
หนุ่ยไม่เขียนบล็อกเพิ่มเหรอ แต่ก่อนก็เห็นเขียนบ่อยๆ อะไรที่ผ่านๆมาก็ลืมๆมันไปซะนะ นานแล้วนี่นา สู้ๆ
ปล. อะไรจิ้งจก … ปั๊ดเหนี่ยว!
อ่านแล้วเหมือนมีเพื่อนนั่งเล่าเหตุการณ์ชีวิตประจำวันสนุกๆให้ฟังเลยค่ะ
ผู้ใหญ่บางคนดูดุๆแต่ที่จริงแล้วใจดีนะคะก็คงอย่างที่แมคเจอนั่นแหละ เพลงนี้ก็ชอบมากๆค่ะเห็นด้วยมากๆนะคะเพราะเหมาะกับเนื้อหาที่เขียนจริงๆ
อยู่ที่เธอนั้นจะกล้าเปิด เปิดตา และเปิดหู และเปิดใจ
มองโลกด้วยมุมมองด้านใหม่ ไม่ว่าจะร้ายหรือจะดี
หากเธอเหนื่อยล้าผิดหวัง ชีวิตไม่เป็นเหมือนดังฝันใฝ่
จะมีสุขหรือทุกข์เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับใจก็เท่านี้
จำไว้สุขทุกข์สักแค่ไหน ขึ้นอยู่กับใจของเรานี้
โหยมาช้าตกข่าวเลย
อ่านมาเพลินๆจะเม้นท์เรื่องที่เขียนเปลี่ยนใจละ หมั่นไส้ไอ้ทายดูว่าใครเนี่ยแหละ ทำเป็นลีลา
บอกเลยก็ได้ว่ามันคือไอ้พี่คิว เพราะซันบอกไปเองแหละว่าพี่เขียนบล็อกที่นี่ พอดีเจอเมื่อ 2 วันก่อน
เอิ๊กๆๆๆๆ หมดสนุกกันเลย
เออสงสัยเหมือนไอ้หนุ่ยว่าใครเหรอจิ้งจก หุหุหุ