บันทึกจันทน์กะพ้อ ตอนที่ ๑ กลับสู่บ้าน |
|
| ในหมวดหมู่: ต้นไม้, บันทึกจันทน์กะพ้อ, อยากเขียน |
ละเลงโดย แมค วันอาทิตย์ 29 มิถุนายน 2008
ย้อนกลับสู่อดีต … เมื่อตอนที่แมคตัวเล็กๆจำได้ว่าที่บ้านมีบริเวณบ้านใหญ่มาก แต่ก็ไม่รู้หรอกครับว่าบ้านอื่นเขาจะมีเนื้อที่มากแค่ไหน เพราะตั้งแต่เด็กๆจำความได้ก็ไม่เคยออกไปไหน ไม่เคยออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านหรือมีเพื่อนแถวบ้านเลย ด้วยเหตุผลที่ว่ามีพี่น้องวัยใกล้เคียงกันหลายคน ลูกพี่ลูกน้องบ้าง พี่น้องตัวเองก็ด้วย บวกกับที่บ้านมีที่ให้เล่นได้ซุกซนได้เยอะ เลยเป็นเหตุผลอย่างดีของผู้ใหญ่ให้เด็กๆได้เล่นอยู่ในกรอปสายตา แต่พวกเราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกันเลย เพราะวันๆนึงสารพัดจะเล่นกัน ว่ายน้ำในบ่อบ้าง วิ่งไปเล่นซ่อนหากันในสวน ขุดหลุมทำฐานทัพ หรือแม้แต่ปีนต้นไม้ผาดโผน ซึ่งเราก็ไม่เคยสนใจกันมาก่อนเลยว่าเจ้าต้นที่เราปีนเล่นนั้นคือต้นอะไรบ้าง พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็รู้ว่าเจ้าต้นเหล่านั้นก็คือ จำปี, จำปา, จำปู, หูกวาง, มะม่วง, ฝรั่ง, มะพร้าว ฯลฯ ชื่อสั้นๆง่ายๆก็จำกันได้ ชื่อยาวๆยากๆก็ไม่รู้จะจำทำไม จำแค่ว่าต้นไหนปีนง่าย ต้นไหนปีนสนุกแค่นั้นเอง
วันนึงที่จำได้ฝังใจจนถึงวันนี้ก็คือ ตอนนั้นพ่อแมคชวนไปเที่ยวต่างจังหวัด ด้วยความที่เรายังเด็กพอได้ยินว่าเที่ยวหรืออกนอกบ้านเมื่อไหร่จะไม่ปฏิเสธเลย ไปชลบุรี 3 วัน 2 คืนครับ ไปเล่นซนอยู่ที่ทำงานของพ่อ เป็นครั้งแรกที่เห็นทะเล บ้านพักก็เหมือนในนิยายเลยครับ อยู่ใกล้กันหน้าผาสูงมากๆริมทะเล (ตัวเล็กมองอะไรก็ยิ่งใหญ่ไปหมด) ก็เป็นอันว่าสนุกซะลืมหมดทุดอย่าง เมื่อถึงวันที่กลับบ้านก็กลับแบบไม่เต็มใจเพราะกำลังสนุก … ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวกลับบ้านไปปีนต้นไม้เล่นก็ได้ แต่แล้ว …
เมื่อกลับถึงบ้านปรากฏว่าต้นไม้ที่แมคชอบปีนมากที่สุดในหลายๆต้นในบ้านหายไปแล้ว เหลือแต่ตอกุดๆ จำได้ว่าพอเห็นแค่นั้นแหละร้องไห้โฮเลย ไม่ใช่เพราะรักต้นไม้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ต้นไม้ต้นนั้นถูกตัดไปแล้วแมคก็ไม่มีต้นโปรดให้ปีนเล่นอีก เพราะต้นๆนั้นปีนยากที่สุดในบ้าน เลยเป็นอะไรที่ชอบและท้าทายมากๆ ชอบมากๆแต่ไม่เคยจำชื่อเลย หลังจากนั้นป้าแมคก็เข้ามาปลอบ แมคจำได้ว่าป้าแมคคนนี้ใจดีมากๆ เวลาแมคโดนตีหรือร้องไห้ป้าก็จะมาอุ้มมาปลอบตลอดทุกครั้ง ทำให้ตอนเด็กๆแมคจะติดป้ามากๆ ป้าก็รักแมคมากๆเพราะป้าไม่ได้แต่งงานแมคก็เลยเป็นหลานรักของป้ามากที่สุด
ป้าบอกว่าแมคไม่ต้องร้องไห้นะ ต้นไม้ในบ้านมีตั้งเยอะแยะเดี๋ยวไปลองปีนต้นอื่นก็ได้ วันรุ่งขึ้นป้าก็พาไปปีนต้นไม้ต้นนึงครับ โอ้วพระเจ้าจอร์ท ปีนยากโครตๆเจ้าต้นนี้ ต้นเล็กและลื่นๆปีนไม่ขึ้นครับ (มารู้ทีหลังว่าต้นนี้คือต้นหมาก) ไม่เอาละไม่ปีนละปีนไม่ขึ้น เมื่อสูญเสียไปจึงเห็นคุณค่า และนั่นแหละจึงเป็นครั้งแรกที่แมคถามป้าว่า ต้นไม่ที่ตัดไปแล้วนั้นชื่อต้นอะไร ป้าแมคตอบว่า ต้นจันทน์กะพ้อ
มันอาจจะไม่เป็นที่จดจำสำหรับเด็กเท่าไหร่หรอกครับ กับแค่ของเล่นชิ้นนึงหายไป เพราะแมคก็เพิ่งจะ 5 ขวบ แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็เกิดการสูญเสียขึ้นอีกครั้ง แมคไม่รู้ว่ามันไวเกินไปไหมที่เด็กตัวเล็กๆอายุ 5 ขวบที่กำลังรับรู้เรื่องราวต้องมารู้จักกับการสูญเสียแบบจริงๆจังๆในครั้งนั้น ป้าของแมคจากลาไปแบบกระทันหันด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก แมคก็ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ รู้แต่ว่าตื่นมาทุกเช้าต้องเข้าไปในครัวไปนั่งซนอยู่กับป้า แต่ตื่นมาเช้านั้นแมคหาป้าไม่เจอ แม่เข้ามาบอกว่าป้าไม่อยู่แล้วนะแมค ป้าจากไปแล้ว แม่ก็ร้องไห้ เป็นครั้งแรกที่แมคเห็นแม่ร้องไห้ แน่นอนแมคก็ร้องตามทั้งๆที่ไม่เข้าใจอะไรเลยว่าป้าไปไหน? และทำไมแม่แมคต้องร้องไห้? หลังจากนั้นแมคเองก็เริ่มรับรู้ถึงความสูญเสียเข้ามาเองทีละนิดทั้งจากตัวเองและคนรอบข้าง วันที่ป้าไม่อยู่อะไรในบ้านเปลี่ยนไปหมด ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปแทบจะผลิกฝ่ามือ ป้าใหญ่ที่เคยตื่นตั้งแต่ตี 5 มาหุงข้าวทำอาหาร ก็เปลี่ยนเป็นแม่แมคและป้ารองแทน หรือจากแต่ก่อนที่ชอบปีนต้นไม้มากๆ แมคก็ไม่ปีนอีกเลยจนถึงวันนี้
คุณลุงของแมคเป็นคนที่ชอบสะสมเพลงเก่า ตอนเด็กๆก็ยังสงสัยว่าลุงฟังเพลงอะไรนะ? ทำไมมันช่างเก่ากึ๊กซะขนาดนั้น (ฟังจากเสียงดนตรีนะครับ) สมัยนั้นลุงจะเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวเก่งประจำทุกเช้า จำได้ว่าบริเวณเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวนั้น เป็นดินแดนต้องห้ามของพวกเราเลยทีเดียว เพลงที่ลุงเปิดนักร้องหญิงส่วนใหญ่จะมีเสียงแหลมๆฟังแล้วเหมือนไปดูงิ้วตอนเทศกาลตรุษจีนสารทจีนก็ไม่ปาน
ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู เจ้ามิใช่ร่วงสู่แผ่นดินแห่งไหนโดยง่าย
เพียงแต่ได้ยินประโยคแรกที่เพลงขึ้นมา ก็ทำให้เด็ก 5 ขวบอย่างแมคในตอนนั้นวิ่งไปหาลุง ถามลุงว่าเพลงอะไรครับ ลุงตอบว่าเพลงนี้ชื่อเพลง จันทน์กะพ้อร่วง … นั่งฟังเพลง แล้วก็ร้องไห้ ลุงถามว่าเป็นอะไร แมคตอบว่าแมคคิดถึงป้าใหญ่ ทุกอย่างรอบข้างเงียบไป
เมื่อเริ่มโตขึ้นมา แมคจำไม่ค่อยได้ว่าตอนนั้นอยู่ชั้นประถมหรือมัธยมต้นนะครับ มีละครเรื่องนึงชื่อว่า แผ่นดินของเรา ฉายทาง ททบ.5 ซึ่งปกติแล้วแมคไม่เคยจะสนใจดูละครทีวีเลย แต่พอได้ยินเพลงนี้ถูกขับร้องขึ้นมาอีกครั้งซึ่งเป็นเพลงประกอบของละครเรื่องนี้ ก็ทำให้แมคนั่งดูนั่งฟังจนจบ
จนถึงวันนี้ แมคเริ่มสนใจการปลูกต้นไม้ขึ้นมาตอนที่เริ่มไปเดินจตุจักรกับแม่ไม่กี่ปีนี้เอง แมคจำได้ว่าแม่จะไปซื้อต้นไม้ไปปลูกในสวนที่ต่างจังหวัด (สวนที่ต่างจังหวัดที่เยอะมาก สวยสุดๆอยู่บนภูเขาครับ) แม่ถามแมคว่าไม่อยากปลูกอะไรบ้างเหรอ ที่บ้านก็พอมีที่นี่นา แน่นอนต้นแรกที่นึกขึ้นได้คือต้นจันทน์กะพ้อแน่นอน แต่ด้วยที่ว่าต้นไม้ต้นนี้เป็นไม้ยืนต้นเลยทำให้แมคล้มโครงการไปตอนนั้น เพราะที่ๆบ้านนั้นตอนนี้ไม่เหมืิอนเมื่อก่อนแล้ว ที่ๆเคยโล่งๆลานกว้างๆ คุณยายก็แบ่งสรรปันส่วนให้ลูกๆหลานๆเป็นมรดก ไอ้ครั้นที่บ้านแมคเองนั้นก็พอมีที่อยู่ แต่ไม่ได้วางโครงการการเจริญเติบโตและเผื่อที่ให้เค้า แมคเลยยังไม่ได้ซื้อมาปลูก
จนถึงเมื่อเดือนที่แล้ว แมคตัดสินใจแล้วว่าแมคจะลงจันทน์กะพ้อแน่ๆ มองที่ๆจะลงและมองถึงอนาคตการเจริญเติบโตแล้วจึงตัดสินใจซื้อมาปลูกครับ ต้นเค้าก็สูงประมาณ 1 เมตร เพื่อนแมคที่เรียนเรื่องเกษตรบอกว่าเค้าจะโตช้ามากๆ หวงตัว หวงดอก เลี้ยงยากในตอนยังเล็ก แดดมากใบไหม้ แดดน้อยไม่โต ชอบน้ำ เลี้ยงๆไปอย่างน้อย 6 ปีออกดอก บางคนเลี้ยง 10 กว่าปียังไม่ออกดอกเลย ซึ่งมันไม่เป็นอุปสรรคของแมคเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะตั้งใจจะปลูกแล้วเราก็ต้องดูแลให้ถึงที่สุด ขนาดกางร่มให้ต้นไม้ก็ยังทำมาแล้ว เลี้ยงด้วยใจล้วนๆ
ถ้าจันทน์กะพ้อคือความทรงจำและเป็นตัวแทนของป้าแมค แมคอยากจะบอกป้าว่า
“ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านของเราอีกครั้งนะครับป้า”
∞
มัณฑนา โมรากุล – จันทน์กะพ้อร่วง
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.
ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู เจ้ามิใช่ร่วงสู่แผ่นดินแห่งไหนโดยง่าย
ลมพาเอากลีบกระจาย ร่อนปลิวพร่างพลิ้วพราย ไม่มีที่หมายใด
ดูดังฝูงฝึ้งแตกรัง เมื่อไร้กำลัง หล่นก็ลงฝังทั่วไป
ไร้ผู้จะเหลียวใส่ใจ ไม่มีใครที่ไหน เก็บเอาไปเพื่อไว้บูชา
บางกลีบเขาเหยียบลง แหลกเป็นผลอย่างไร้เมตตา
กลีบจมแผ่นดินสิ้นสูญราคา กลิ่นนั้นหนายังหอมเป็นค่าผูกพัน
จันทน์กะพ้อคือเหล่าสตรี มีราคีเพราะชายขยี้พรหมจรรย์
ความสาวแหลกเหลวสิ้นกัน ไร้ค่าผูกพันเหมือนจันทน์กะพ้อร่วงพรู
คำค้นจันทน์กะพ้อ, ต้นไม้, บันทึกจันทน์กะพ้อ, ปลูกต้นไม้, พัฒนาการต้นไม้, มัณฑนา โมรากุล, เพลง |




วันอาทิตย์ 29 มิถุนายน 2008 เวลา 08:41
น้องแมคเขียนเรื่องได้เยี่ยมไปเลยครับ
น่าอ่าน ชวนติดตาม ภาษาง่ายๆ ออกมาจากใจ
น่าประทับใจมากๆ
จันทน์กระพ้อนี่ไม้ปราบเซียนต้นหนึ่งเลย
เป็นไม้ที่อยากปลูกมากๆ และอยากเห็นดอกเค้ามากๆ
ไม่รู้ว่าจะไปตามชม ตามดมได้ที่ไหนในเชียงใหม่
พี่เคยปลูกจันทน์กระพ้อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
แต่ตอนต้นเล็กๆ เค้าจะสู้แดดไม่ค่อยได้
ตายไปแล้วครับ เศร้าเลย
วันอาทิตย์ 29 มิถุนายน 2008 เวลา 21:18
ไม่คิดว่าคนก๊งๆอย่าพี่เราจะมีความทรงจำที่ลึกซึ้งขนาดนี้
จริงๆแล้วบ้านพี่ก็น่าจะลงต้นไม้ใหญ่ได้หลายต้นนะเห็นมีที่เยอะเหมือนกันนี่นา โชคดีที่มีที่บริเวณบ้านอ่ะพี่แมค ไม่เหมือนผมขนาดไม้กระถางจะซื้อมาปลูกยังคิดแล้วคิดอีกเพราะนอกจากไม่มีที่ตั้งแล้ว แดดก็ไม่มีอีกต่างหาก
ว่าแต่รวมเล่มขายดีป่ะครับ บันทึกจันทน์กะพ้อเนี่ย อ่านเพลินเลย
วันจันทร์ 30 มิถุนายน 2008 เวลา 04:54
แมคขาเขียนได้ดีมากค่ะเจ๊เหมียวอ่านแล้วเหมือนกลับไปเป็นสาวแรกแย้มอีกครั้งหนึ่ง
ไม่รู้แมคปลูกสายพันธุ์ไหนนะคะ เพราะว่าเจ๊เหมียวเคยเห็นต้นบ้านของญาติที่นนทบุรีปลูก เค้าบอกว่าสายพันธุ์เจ้าพระยา lucky มากค่ะไปตอนนั้นดอกบานพอดี ถึงกลับตะลึงพรึงเพลิดไปเลย เหมือนเพลงบรรยายเลยค่ะ
ลมพาเอากลีบกระจาย ร่อนปลิวพร่างพลิ้วพราย ไม่มีที่หมายใด
กลีบเวลาร่วงปลิวว่อนเลยค่ะ กลิ่นหอมเริ่ดอลังการมากๆ หนูก็รู้ใช่มะว่าเจ๊ไม่ค่อยสนใจเรื่องปลูกต้นไม้
แต่ต้นนี้เจ๊ประทับใจมากค่ะ ถ้าออกดอกแล้วพานำชมด้วยนะคะ หวังว่าเจ๊คงไม่เด็ดซะมอเล่ย์ไปก่อนนะคะแมคขา
รักนะเด็กบ้า
วันจันทร์ 30 มิถุนายน 2008 เวลา 04:59
ข้องใจมานานละย่ะ ถามหน่อยว่าทำไมของเจ๊และคนอื่นๆเวลาเม้นท์ถึงไม่มีรูปล่ะยะมีแต่ของเธอคนเดียว อยากโชว์ความสวยบ้างค่ะ วานบอกค่ะ ชิส์ มีแต่ของตัวเอง เส้นหรือเปล่าเนี่ย
วันจันทร์ 30 มิถุนายน 2008 เวลา 07:12
มุมนี้ข้างบ่อปลานี่หว่า พี่น่าจะปลูกหน้าบ้านนะตรงกอไผ่อ่ะตัดออกไปเล๊ย
พี่เหมียวเมาเป่าเนี่ย
วันจันทร์ 30 มิถุนายน 2008 เวลา 22:46
ตอนนี้แมคก็ปลูกข้างบ่อปลาครับพี่กะได
พอดีตรงนั้นมีซาแลนบังแดดเค้าเลยไม่โดนแดดมากครับพี่ แมคเองก็ไม่เคยได้กลิ่นเค้าหรอกครับ เคยแต่เห็นต้นสมัยยังเด็กๆตอนนั้นต้นใหญ่มากแล้วครับแต่ก็ยังไม่มีดอก
ยังไงก็จะแวะไปขอความรู้จากพี่กะไดบ้างนะครับ ขอบคุณครับ (มัดมือชก) ฮี่ๆๆๆ ขอบคุณทืี่แวะมาครับพี่ 
เพราะเค้ายังเล็กอยู่ครับกลัวใบไหม้ตายซะก่อนน่ะครับ ถ้าสนใจจะปลูกอะไรบ้างวันไหนลองไปเดิน JJ กันได้นะ ช่วยๆกันเลือกครับ ปล.ไม่มีรวมเล่มหรอก พี่ไม่ใช่นักเขียนนะ 
อยากเห็นอ่ะครับ แต่รู้สึกว่าที่แมคซื้อมาจะเป็นพันธุ์ของเมืองนนท์นะครับ เพราะเค้าบอกว่าสายพันธุ์เมืองนนท์ปลายใบจะต้องไหม้ มันก็ไหม้นะครับเฉพาะใบตอนที่อยู่ที่ร้านที่เค้าเลี้ยง แต่มาแตกใบใหม่ที่นี่ไม่เห็นจะไหม้เลยอ่ะ
ปล.ไม่ได้เส้น เอาไว้เดี๋ยวจะเขียนบอกวิธีใส่รูปครับป้า 
ถ้าจะตัดทิ้งพี่คงต้องขอญาติๆผู้ใหญ่ก่อนเพราะเค้าจะแวะเวียนมาตัดหน่อไม้ไปทำอหารกันบ่อยๆ งงหว่ะ! บ้านใครกันแน่เนี่ย?
————————————–
ที่ก็พอมีครับหนุ่ย แต่มันไม่เหมาะให้เค้าลงตรงที่โล่งๆตรงนั้นไงครับ
————————————–
วันไหนเวลาที่บ้านที่นนท์มีดอกพี่เหมียวลากแมคไปดูหน่อยนะ
————————————–
ปลูกหน้าบ้านเหรอ … อืมมม พี่ก็คิดอยู่เพราะตรงนั้นไม่มีแดดแรงและอากาศชื้นจากคลองส่งน้ำด้วย แต่ซันรู้ไหมว่าไผ่กอนั้นน่ะแก่กว่าพี่อีกนะ
วันเสาร์ 18 ตุลาคม 2008 เวลา 18:52
เพิ่งสังเกตเห็นว่าบทความที่นี่มีคนเขียนสองคน ทั้งสองคนก็เขียนดีกันทั้งคู่เลยนะคะ ชมจากใจจริงเลย
เป็นความคิดที่ดีมากค่ะที่นำต้นไม้มาแทนคุณป้า คุณป้าจะได้อยู่ใกล้ๆตลอดไป ได้ดูแลการเจริญเติบโต อ่านรอบแรกแล้วรู้สึกว่าเศร้าแต่อ่านอีกทีกลับไม่ใช่ความเศร้าค่ะ แต่เป็นความรู้สึกซึ้งต่างหาก
ขอให้ต้นจันทน์กะพ้อเจริญเติบโตด้วยความแข็งแรงนะคะ
แมค
ตุลาคม 18th, 2008 | 21:29
@ริน, ขอบคุณครับคุณรินที่แวะเข้ามาบล็อกของเรา บล็อกนี้มีคนเขียน ๒ คนครับ คือแมค และคุณ Fiyero ยินดีต้อนรับสู้บล็อกมึนๆนะครับ ^_^
วันพุธ 7 มกราคม 2009 เวลา 10:41
บล๊อกนี้เรื่องแยะน่าอ่านมากครับ กะจะทยอยอ่านให้หมดเลย แต่เวลาไม่ค่อยมีก็ค่อยๆ อ่านไป
ผมก็ชอบจันทน์กะพ้อมากครับ ผมไม่เคยไปดมใกล้ๆ เลย จำได้ว่าเด็กๆ ไปเที่ยวบ้านญาติที่ปักใต้ ได้กลิ่นหอมชื่นใจ กลิ่นที่ทำให้จิตใจสงบมากๆ เลย โชยมาเป็นระยะ ผู้ใหญ่ก็คุยกันว่าเป็นกลิ่นของจันทน์กะพ้อ ซึ่งปลูกอยู่บ้านอื่นก็ได้กลิ่นไกลมาถึงบ้านนี้ พอโตก็อยากมีเจ้าจันทน์กะพ้อไว้ที่บ้านบ้าง แต่เงินน้อยครับ ซื้อต้นเล็กๆมาปลูก 3 ปีแล้ว ไม่ค่อยโตเท่าไรเลย เพราะว่าได้น้ำน้อยเกินไป แต่ก็จะรอต่อไปครับ รอวันที่บ้านผมจะมีกลิ่นหอมรวยริน กลิ่นที่ทำให้ใจสงบและมีความสุขอย่างปลาดนั้นอีกครั้ง
แมค
มกราคม 7th, 2009 | 13:23
@boy, สวัสดีครับคุณ Boy จันทน์กะพ้อที่บ้านแมคตอนที่ซื้อมาสูงประมาณ ๑ เมตรครับ จะว่าโตช้าก็ไม่เชิงนะครับเพราะตอนนี้ผ่านมา ๘ เดือนก็สูงประมาณ ๒ เมตรนิดๆครับ แต่อยู่ในกระถางเพราะยังหาที่ลงลงดินเลี่ยงแดดเปรี้ยงๆไม่ได้ แล้วก็อยู่ใต้ซาแลนติดกับบ่อปลาเลยได้ความชื้นและกระหน่ำรดน้ำอย่างบ้าคลั่ง ดินไม่เคยแห้งเลย {-.-} ที่บ้านใส่ปุ๋ยคอกแล้วงามกว่าปุ๋ยเคมีแบบเห็นได้ชัดเลยครับ
ก็คิดเหมือนคุณ Boy เลยครับ แต่ก่อนตอนเด็กๆมีที่บ้าน ๑ ต้นก็โดนตัดไปความทรงจำตอนนั้นมันเลือนๆไปแล้วก็จำไม่ได้ว่าเคยได้กลิ่นตอนนั้นหรือไม่ :( แต่ก็หวังๆไว้นะครับว่าขออีกสัก ๕-๖ ปีนี้ภาวนาให้ได้เห็นดอกและได้กลิ่นซะที ขอบคุณครับ ;)
วันจันทร์ 8 มิถุนายน 2009 เวลา 18:50
เห็นต้นจันทน์กะพ้อ ครั้งแรกน้ำตาไหล
ตอนที่แฟนยังไม่ทิ้ง มันไม่เคยโต เลย
ตอนนี้อกหัก จันทน์กะพ้อ โตวันโตคืน
คิดว่า ผ่านมา 2 ปี ยังสูงไม่ถึง เมตร
รอ รอต่อไป
เมื่อรักแล้ว ก็รักเลย
ความเป็นมา……………
มีเพลง ทำด้วยหัวใจ ของใหม่ เจริญปุละ
มีเพลง จันทน์ กะพ้อร่วง สอง สาม เวอร์ชั่น
มีหนังสือ แผ่นดินของเรา
แต่ยังไม่มีละครแผ่นดินของเราเก็บไว้
มีหนัง แผ่นดินของเรา เวอชั่น สมบัติ กับ นวรัตน์
เรียน รุ่นเดียวกับหลาน ของ มาลัย ชูพินิจ ผู้ประพันธ์ แผ่นดินของเรา
พี่ที่ทำงาน บ้านอยุ่ใกล้ๆ ทุ่งวัวแล่น
สรุป
หลงรัก จันทน์กระพ้อ…………………….
…………………….และจะรอ เธอ.. ต่อไป
แมค
มิถุนายน 8th, 2009 | 22:46
@บุ๊ค, สวัสดีครับคุณบุ๊ค ขอแสดงความเสียใจกับเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยครับ … เรื่องแผ่นดินของเราเคยดูสมัยที่ใหม่เล่นครับละครของ xact จำได้ว่าช่วงนั้น xact มีแต่ละครดีๆทั้งนั้นเลย ละครเรื่องนี้ถือว่าเป็นการปลุกกระแสของต้นจันทน์กะพ้อเลยเนอะครับ
ตอนนี้ต้นที่บ้านสูงประมาณ ๔ เมตรเพียงแค่ ๑ ปีเองครับ เค้าไม่ชอบแดดแรงๆเลยครับ ยอดไหม้และแกรนเลยทีเดียว ชอบน้ำมากๆ เคยเลี้ยงมา ๒ ต้นเลยพอคลำหนทางเลี้ยงได้ถูกครับ
จริงๆแล้วจันทน์กะพ้อส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ต้นไม้ที่โดดเด่นอะไรมากนัก โตช้า หวงตัว หวงดอกมากๆและกลิ่นก็ไม่ได้หอมขนาดประทับใจอะไร ออกดอกฤดูเดียว แต่มันท้าทายในการปลูกและเลี้ยงดู หลายๆคนเลยบอกว่าจันทน์กะพ้อคือไม้ปราบเซียนเลยทีเดียวครับ ขอบคุณครับ
วันจันทร์ 8 มิถุนายน 2009 เวลา 18:53
ลืมบอกไป
ยังไม่เคยเห็นดอก จันทน์กะพ้อ
ยังไม่เคยดม ……..ดอก จันทน์กะพ้อ จริงๆๆ
วันอังคาร 6 ตุลาคม 2009 เวลา 08:25
ดอกจันทน์กะพ้อหอมมากจริงๆ ดอกขาวนวลชวนชม ปลูกยากต้องใส่ใจดูแลประคบประหงมอย่างดีกว่าจะได้ชมดอก เขียนบรรยายความรู้สึกดีมากค่ะ
ต้องฟังเพลงจันทน์กะพ้อที่คุณ มัณฑนา เป็นผู้ร้องยิ่งจะซาบซึ้งมากขึ้น ปัจจุบันมีผูผลิตน้ำหอมกลิ่นดอกจันทน์กะพ้อออกจำหน่ายแล้วนะคะ หอมมาก
ราคาไม่แพงด้วยลองหามาใช้ดูนะคะร้านสวนไร่ส้ม เพชรบุรีค่ะ
วันเสาร์ 28 พฤศจิกายน 2009 เวลา 23:40
…
จันทร์กะพ้อ
เพียงชื่อก็ยังให้นึกถึง ถ้อยคำรำพัน ตัดพ้อ
ฟังเพลง ชวนให้ซาบซึ้งยิ่งนักเชียว …
วันศุกร์ 15 มกราคม 2010 เวลา 07:33
สูงขึ้นทุกวันต้องชะเง้อคอมองแล้ว เพลงเพราะมากได้เสียงต้นฉบับของคุณมัณฑนา โมรากุล เยี่ยมมากค่ะ ป้าแตงชอบดอกจันทน์กระพ้อมากขณะนี้ใช้น้ำหอมกลิ่นจันทน์กระพ้อด้วยนะคะ
ป้าแตงค่ะ
Fiyero
มกราคม 15th, 2010 | 22:29
@ป้าแตง, คงหอมฟุ้งเลยนะครับคุณป้า
วันศุกร์ 15 มกราคม 2010 เวลา 23:07
พรุ่งนี้น้ำพริกแดงน่าจะได้รับนะคะ
Fiyero
มกราคม 16th, 2010 | 09:14
@ป้าแตง, ขอบคุณมากๆนะครับคุณป้า ตอนนี้รอไปรษณีย์อยู่ครับ
ตุ้ม
กุมภาพันธ์ 6th, 2010 | 01:27
@ป้าแตง, น้ำหอมกลิ่นจันทน์กะพ้อหาซื้อได้แถวไหนคะ? อยากลองดมดูซิว่ากลิ่นจะชื่นใจแค่ไหน…
วันเสาร์ 6 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 01:01
จันทน์กะพ้อที่บ้านที่นครศรีฯ ออกดอกไปเมื่อปีก่อน พ่อโทร.มาคุยอวดใหญ่เลยว่าเพื่อนบ้านถึงกับมารุมถามหากันว่ากลิ่นมาจากไหน หน้าตาดอกเป็นยังไง ก็ได้คิวพาไปอวดกัน หน้าบานทั้งพ่อทั้งแม่เลยค่ะ
จริงๆ ปลูกแบบลืมๆ ไปแล้วด้วยซ้ำนะคะว่าเป็นไม้ดอก ก็เธอเล่นนิ่งมาสิบกว่าปี พอไม่หวัง เธอก็บานอวดซะงั้นแหละ ฮ่าๆๆๆๆ
ตอนนี้กำลังเพาะเมล็ดแจกเพื่อนๆ อยู่เลย แต่ยอดอ่อนโดนนกกระจอกจิกไปตั้งหลายต้น เพื่อนบางคนที่ขอไว้เลยต้องรอล็อตหน้า :(
ว่าแต่…ตอนนี้จันทน์กะพ้อของน้อง Fiyero และน้องแมค โตไปถึงไหนแล้วคะ??? ^__^
@ ป้าแตง : น้ำหอมกลิ่นจันทน์กะพ้อหาซื้อได้แถวไหนคะ? อยากลองดมดูซิว่ากลิ่นจะชื่นใจแค่ไหน…
แมค
กุมภาพันธ์ 6th, 2010 | 01:34
@ตุ้ม, สวัสดีครับคุณตุ้ม
ดีใจด้วยจริงๆครับ เพราะมีแต่คนกล่าวกันว่าต้นจันทน์กะพ้อคือต้นไม้ที่ปลูกรุ่นเราให้รุ่นลูกเห็นดอก (T_T) เพื่อนๆหลายๆคนที่ชอบต้นไม้ก็ชอบต้นนี้กันมากๆเลยครับ ถึงแม้จะไม่เคยได้กลิ่นจริงๆเลยสักครั้ง (รวมทั้งแมคด้วย อิอิ) เค้าว่าหอมและกลิ่นแรงมากๆเลยใช่ไหมครับ
ของแมคมี ๒ ต้นครับ มีต้นเพาะเมล็ดกับต้นทาบกิ่ง ต้นเพาะเมล็ดสูงประมาณ ๔ เมตรได้ครับ ต้นทาบกิ่งสูงแค่เอวเอง (-_-)’ ก็อาจจะได้หวังจากต้นทาบกิ่งนี่แหละครับที่(น่าจะ)ออกดอกเร็วหน่อยครับ
ของฟิ’โร่เค้ามี ๒ ต้นเหมือนกันครับ เพาะเมล็ด ๑ ต้น กับไม้ล้อมมาเลย ฤดูที่จะถึงนี้อาจจะลุ้นได้เห็นดอกแน่ๆเลยครับของฟิ’โร่
ขอบคุณมากครับที่แวะเข้ามาทักทาย มีบทความเยอะแยะเลยครับในบล็อกเราให้เลือกอ่านครับ :)
วันพุธ 10 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 07:18
น้ำหอมกลิ่นดอกจันทน์กระพ้อ มีจำหน่ายที่จังหวัดเพชรบุรีค่ะ ราคาไม่แพงกลิ่นหอมชื่นใจ
หาชื้อได้ที่ คุณเสาวณีย์ โตสวัสดิ์ กลุ่มสมุนไพรไร่ส้ม 106/1 หมู่ 1 ตำบลไร่ส้ม อ.เมือง
จ.เพชรบุรี 76000 โทร 089-5487277 ราคาขวดละประมาณ 200-250 ค่ะ ลองหามา
ทดลองใช้นะคะรับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
ป้าแตง
Fiyero
กุมภาพันธ์ 10th, 2010 | 07:46
@ป้าแตง, ถ้ามีโอกาสแวะผ่านไปคงต้องลงพิสูจน์กันหน่อยซะแล้ว