<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>aKitia.Com &#187; ลาวดวงเดือน</title>
	<atom:link href="http://www.akitia.com/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.akitia.com</link>
	<description>When Sensation Inspired</description>
	<lastBuildDate>Sat, 31 Jul 2010 17:24:40 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>古箏 กู่เจิง เสียงพิณจากแดนสวรรค์</title>
		<link>http://www.akitia.com/%e5%8f%a4%e7%ae%8f-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%94/19/07/2008/</link>
		<comments>http://www.akitia.com/%e5%8f%a4%e7%ae%8f-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%94/19/07/2008/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Jul 2008 23:00:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แมค</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ท่อง Cyber]]></category>
		<category><![CDATA[กู่เจิง]]></category>
		<category><![CDATA[พิณจีนโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวดวงเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[古箏]]></category>
		<category><![CDATA[彝族舞曲]]></category>
		<category><![CDATA[戰颱風]]></category>
		<category><![CDATA[箏]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.akitia.com/?p=285</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ&#8230; วันนี้มีโอกาสได้เข้ามาเขียนในส่วนนี้แต่ก็ไม่พ้นเรื่องดนตรีอีก และเรื่องที่จะนำมาบอกเล่าในวันนี้คือเรื่อง 古箏 เสียงพิณจากแดนสวรรค์ ตัวอักษรจีน ๒ ตัวนี้
古箏 อ่านออกเสียงว่า Gŭ Zhēng หรือในภาษาไทยเป็นที่รู้จักกันในนามของ กู่เจิง
คำว่า 古 Gŭ กู่ โดยรากศัพท์แปลว่า เก่าแก่ โบราณ
คำว่า 箏 Zhēng เจิง นั้นเป็นชื่อเฉพาะของเครื่องดนตรีชนิดนี้ ซึ่งในการออกเสียงตามภาษาจีนแล้วก็ไม่ได้ออกเสียงว่าเจิงตรงๆตัว Zh ตัวนี้จะเป็นการออกเสียงในลักษณะของการห่อลิ้น (Retroflex) ที่เกิดปลายลิ้นกับเพดานแข๊งเวลาเปล่งเสียง ปลายลิ้นแตะกับเพดานแข๊งปิดกระแสลมไว้ เมื่อเปล่งเสียออกมาลมจะออกมาทางช่องแคบระหว่างปลายลิ้นกับเพดานแข๊ง นี่คือเสียงที่แท้จริงของคำๆนี้ (ลองทำปากลักษณะนี้เวลาออกเสียงคำว่า &#8220;เจิง&#8221; นะครับ นั่นล่ะเสียงของคำนี้)
โอเค ต่อกันเลย เครื่องดนตรีนี้เรียกกันหลายชื่อตามสำนวนภาษาของแต่ละท้องถิ่นเช่นชาวจีนแต้จิ๋วเรียก &#8220;โกวเจ็ง&#8221; หรือ &#8220;เจ็ง&#8221; คนไทยเรียก &#8220;เจ้ง&#8221; &#8220;เจิง&#8221; &#8220;กู่เจิง&#8221; หรือ &#8220;จะเข้จีน&#8221; &#8220;พิณจีน&#8221; ส่วนภาษาจีนกลางหรือชาวจีนแผ่นดินใหญ่เรียก &#8220;กู่เจิง&#8221; หรือ &#8220;เจิง&#8221; แต่ตามความเป็นจริงแล้วเครื่องดนตรีชนิดนี้มีชื่อเรียกเพียงพยางค์เดียวคือ 箏 เจิง ส่วนคำว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ&#8230; วันนี้มีโอกาสได้เข้ามาเขียนในส่วนนี้แต่ก็ไม่พ้นเรื่องดนตรีอีก และเรื่องที่จะนำมาบอกเล่าในวันนี้คือเรื่อง <strong>古箏 เสียงพิณจากแดนสวรรค์</strong> ตัวอักษรจีน ๒ ตัวนี้</p>
<p style="text-align: center;"><strong>古箏</strong> อ่านออกเสียงว่า <strong>Gŭ Zhēng</strong> หรือในภาษาไทยเป็นที่รู้จักกันในนามของ <strong>กู่เจิง</strong></p>
<blockquote><p><em>คำว่า</em> <strong>古 Gŭ กู่</strong> <em>โดยรากศัพท์แปลว่า เก่าแก่ โบราณ</em></p></blockquote>
<blockquote><p><em>คำว่า</em> <strong>箏 Zhēng เจิง</strong> <em>นั้นเป็นชื่อเฉพาะของเครื่องดนตรีชนิดนี้ ซึ่งในการออกเสียงตามภาษาจีนแล้วก็ไม่ได้ออกเสียงว่าเจิงตรงๆตัว Zh ตัวนี้จะเป็นการออกเสียงในลักษณะของการห่อลิ้น (Retroflex) ที่เกิดปลายลิ้นกับเพดานแข๊งเวลาเปล่งเสียง ปลายลิ้นแตะกับเพดานแข๊งปิดกระแสลมไว้ เมื่อเปล่งเสียออกมาลมจะออกมาทางช่องแคบระหว่างปลายลิ้นกับเพดานแข๊ง นี่คือเสียงที่แท้จริงของคำๆนี้ (ลองทำปากลักษณะนี้เวลาออกเสียงคำว่า &#8220;เจิง&#8221; นะครับ นั่นล่ะเสียงของคำนี้)</em></p></blockquote>
<p>โอเค ต่อกันเลย เครื่องดนตรีนี้เรียกกันหลายชื่อตามสำนวนภาษาของแต่ละท้องถิ่นเช่นชาวจีนแต้จิ๋วเรียก &#8220;โกวเจ็ง&#8221; หรือ &#8220;เจ็ง&#8221; คนไทยเรียก &#8220;เจ้ง&#8221; &#8220;เจิง&#8221; &#8220;กู่เจิง&#8221; หรือ &#8220;จะเข้จีน&#8221; &#8220;พิณจีน&#8221; ส่วนภาษาจีนกลางหรือชาวจีนแผ่นดินใหญ่เรียก &#8220;กู่เจิง&#8221; หรือ &#8220;เจิง&#8221; แต่ตามความเป็นจริงแล้วเครื่องดนตรีชนิดนี้มีชื่อเรียกเพียงพยางค์เดียวคือ <strong>箏 เจิง</strong> ส่วนคำว่า กู่ เป็นคำขยายในภาษาจีนหมายถึงสิ่งที่เก่าแก่โบราณ ดังนั้นถ้าจะเรียกตามสำนวนภาษาไทยให้มีความหมายแล้วชื่อของเครื่องดนตรีชนิดนี้ควรจะเรียกว่า &#8220;<strong>พิณจีนโบราณ</strong>&#8221; ที่เรียกว่าพิณจีนโบราณเพราะเครื่องดนตรีนี้มีมานานแสนนานตั้งแต่รุ่นก่อนประวัติศาสตร์หรือก่อนการก่อเกิดกำแพงเมืองจีนด้วยซ้ำไป</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152830017.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">古箏 กู่เจิง</span></p>
<p><span id="more-285"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ขอบคุณครับสำหรับการติดตามอ่านต่อ</strong> ซึ่งแมคเองก็อยากให้เพื่อนที่เข้ามาอ่านได้ทราบรายละเอียดของเครื่องดนตรีชนิดนี้กันจริงๆนะครับ ซึ่งบทความนี้แมคได้เคยเขียนลงที่ Bloggang ไว้นานแล้วเหมือนกัน วันนี้เลยเล่นง่ายๆเอามาแปะให้อ่านกันเลยทีเดียว ^_^ ต่อกันเลยครับ</p>
<ul>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">ประวัติความเป็นมา</span></strong></li>
</ul>
<p>ตามหลักฐานเล่าสืบต่อกันมาได้กล่าวว่า กู่เจิงได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเป็นเครื่องดนตรีในยุคสมัยของ <strong>秦始皇</strong> (<em>Qín Shĭ Huáng</em>, <strong>จิ๋นซีฮ่องเต้</strong> พฤศจิกายน หรือ ธันวาคม พ.ศ. ๒๘๓ (๒๖๐ ปีก่อนคริสต์กาล) และสวรรคตเมื่อ กันยายน พ.ศ. ๓๓๓ (๒๑๐ ปีก่อนคริสต์กาล) โดยครั้งที่จักรพรรดิจิ๋นซีได้ขึ้นครองราชย์<strong>สถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้พระองค์แรกแห่งประวัติศาสตร์จีน</strong>และเริ่มแผ่ขยายมณฑลต่างๆเพื่อเป็นอาณานิคม ก็ได้ไปพบเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเป็นเครื่องสายมีสายมากถึง ๕๐ เส้น แต่ด้วยความคิดของจักรพรรดิแห่งแค้วนฉินพระองค์นี้ที่ทุกคนทราบดีอยู่ว่า <strong>ถ้าตีเมืองไหนสำเร็จไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางด้านความรู้, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองนั้นจะต้องถูกเผาทำลายราบคาบ</strong> เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นเรียน, พูด, ศึกษาแต่ภาษาและวัฒนธรรมของแค้วนฉินเท่านั้น จึงไม่ปรากฏหลักฐานภาพวาดหรือการจดบันทึกถึงเครื่องดนตรีที่มี ๕๐ สายเครื่องนั้นเลย และต่อมาจึงมีการสร้างเครื่องดนตรีลักษณะเดียวกันกับเครื่องดนตรีที่มี ๕๐ สาย แต่ลดขนาดลงมาเหลือเพียงแค่ ๒๕ สาย ที่เรารู้จักกันมาจนถึงปัจจุบันว่า กู่เจิง นั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152830306.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">秦始皇 จิ๋นซีฮ่องเต้</span></p>
<p>สมัยก่อนนี้การฝังศพบุคคลสำคัญจะมีการนำสิ่งของเครื่องใช้ หรือของซึ่งเป็นที่รักนำใส่ลงไปในหลุมฝังศพด้วย และเมื่อไม่นานนี้ได้มีการขุดพบหลุมฝังศพของชนชั้นสูงสมัยโบราณของจีน และได้พบเครื่องดนตรีชนิดนี้อยู่ในหลุมฝังศพด้วย คาดการณ์จากอายุศพและสิ่งขอเครื่องใช้ในหลุมฝังศพนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ปีซึ่งก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ีถึงอายุของเครื่องดนตรีกู่เจิงว่าอย่างน้อยก็ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ปีแน่นอน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831027.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">ครบเซทครับ</span></p>
<p>เป็นที่เข้าใจกันว่าเครื่องดนตรี กู่เจิง นั้นมีเสียงที่ไพเราะ นุ่มนวล และพริ้วไหว <strong>จึงทำให้คนสมัยใหม่ส่วนใหญ่เข้าใจว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้นั้นเป็นเครื่องดนตรีของผู้หญิงเท่านั้น</strong> <span style="color: #ff0000;"><strong>ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมาตลอด</strong></span> (อาจจะเห็นจากหนังจีนมาจนชินตา) เพราะสมัยโบราณนั้นบุคคลที่จะมีความสามารถเล่นดนตรีได้นั้นจะอยู่แค่ในหมู่ของเหล่าผู้รู้หรือนักปราชญ์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าใครอยากจะเล่นก็เล่นได้ เพราะเครื่องดนตรีชนิดนี้ต้องใช้ทักษะความสามารถชั้นสูงในการเล่น และแน่นนอนคนกลุ่มนี้ก็จะไม่พ้นกลุ่มเสนาบดี ข้าราชบริพาน หรือนักปราชญ์คงแก่เรียน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ (ผู้หญิงก็มีครับ สำหรับชนชั้นสูง) แต่สมัยนี้ใครๆก็สามารถเล่นได้เพียงแค่มีความพยายามความสามารถ + พรสวรรค์ (นิดหน่อย) และที่สำคัญก็คือ <strong>เงิน</strong> เพราะเครื่องดนตรีกู่เจิงระดับที่ดีๆแล้วราคาแพงมากๆ ม๊ากมาก มั่กๆๆๆๆ &#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152830579.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">ตัวนี้ราคาแค่ &#8220;๗๐,๐๐๐ กว่าบาทเอ๊งงงง&#8221; สลบ&#8230;</span></p>
<p>จากเรื่อง <strong>三國演義</strong> (sān guó yăn yì, สามก๊ก ที่คนไทยรู้จัก) ได้กล่าวในช่วงหนึ่งถึง <strong>諸葛亮</strong> (Zhūge Liàng, จูกัดเหลียง ที่คนไทยรู้จัก) หรือ <strong>孔明</strong> (Kŏngmíng, ขงเบ้ง ที่คนไทยรู้จัก) ว่าขงเบ้งเล่นขิมนั้น แต่จากข้อสันนิษฐานแล้วน่าจะเป็นกู่เจิงมากกว่า ข้อสังเกตุน่าจะเกิดจากการผิดพลาดทางการแปลหลายมือต่อๆกันมา เพราะกล่าวว่าขงเบ้งเล่น <strong>คิ้ม</strong> (มาจากภาษาจีนสำเนียงอื่น<strong> เพราะสามก๊กที่เราคุ้นเคย <span style="color: #ff0000;">ตัวละครทั้งหมดที่เราคุ้นเคยชื่อไม่ใช่สำเนียงจีนกลางเลยแม้แต่น้อย</span></strong> แมคก็ไม่รู้เขียนยังไงคำนี้) จึงนำมาเทียบเสียงกับไทยว่าน่าจะเป็นขิม (<strong>洋琴</strong> Yáng qín) เพราะเสียงใกล้เคียงกันแต่ความพริ้วไหวแตกต่างมากๆ และที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับยุคสมัยของขงเบ้ง (ค.ศ. ๑๘๑ — ๒๓๔) และความคู่ควรสำหรับนักปราชญ์สำหรับขงเบ้งแล้ว ต้องเป็นกู่เจิงเท่านั้น เพราะ <strong>洋琴</strong> Yáng qín หรือขิม สมัยนั้นเป็นเครื่องดนตรีระดับที่ชนชั้นชาวบ้านสามารถเล่นได้ทั่วๆไป ไม่ว่าจะตามที่พักหรือตามสถานบันเทิงต่างๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152830922.jpg" alt="" /><span style="font-size: xx-small;"><br />
孔明 กับกู่เจิง</span></p>
<p>จากตำนานกล่าวกันว่า เมื่อสมัยก่อนนั้นครอบครัวชนชั้นสูงครอบครัวหนึ่งมีลูกสาว ๒ คน และพ่อของพวกเธอก็เป็นขุนนางชั้นสูงของราชสำนักได้มีกู่เจิง ๒๕ สายไว้ในครอบครอง กู่เจิงตัวนี้พิเศษตรงที่ว่าเคยถูกไฟไหม้ไป ๑ ครั้ง แต่แทนที่จะเสียหายไป กลับทำให้เสียงของกู่เจิงตัวนั้นก้องกังวานไพเราะกว่าเก่า จนทำให้เป็นที่ล่ำลือกันทั่วแค้วนถึงความไพเราะของกู่เจิงตัวนี้ และสุดท้ายเมื่อขุนนางท่านนี้ได้สิ้นชีวิตลงอย่างฉับพลันโดยไม่มีการสั่งเสียก่อนว่าจะมอบกู่เจิงนี้ให้แก่ใคร ดังนั้นจึงเกิด <strong>ศึกชิงกู่เจิง</strong> เล็กๆภายในครอบครัวกันเองระหว่างลูกสาว ๒ คนนั่นเอง ต่างคนก็ต่างยื้อยึดฉุดกระชาก (อาจจะมีลากถูนิดๆ) เอะอะโวยวายจนผู้เป็นแม่ <em><strong>ฟิวส์ขาด</strong> &#8230;</em> เกิดความรำคาญเป็นล้นพ้น จึงได้เอาขวานด้ามถนัดมือ <strong>จามโชะ ผั่วะ!!!</strong> เข้าให้ที่เจ้ากู่เจิงตัวปัญหานี้ <em><strong>โช๊ะ!!! ผ่าง!!!</strong></em> <span style="text-decoration: underline;">ทำให้กู่เจิงตัวนี้แยกออกเป็น ๒ ส่วนในแนวยาว ด้านหนึ่งมี ๑๒ สายมอบให้เป็นมรดกแก่ผู้พี่ อีกซีกที่มี ๑๓ สายมอบเป็นมรดกให้แก่ผู้น้อง</span> (หมดปัญหา) หลังจากหมดปัญหาแย่งชิงกันลงไป ผู้เป็นน้องก็จรลี &amp; ชิ่ง เดินทางไปยังเกาะญี่ปุ่น และนี่เองคือตำนานของการเกิดเครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่นอีก ๑ ชนิด นั่นก็คือ <strong>箏 koto</strong> <strong>โกโตะ</strong> นั่นเอง (โกโตะมี ๑๓ สาย)</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831269.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">เจ้าถูกจามมาจริงๆหรือ ?</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: xx-small;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831299.jpg" alt="" /><br />
๑๓ สายจริงๆ นับๆ (รูปนี้ยังไม่ได้ตั้งหย่องนะครับ)</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: xx-small;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831329.jpg" alt="" /><br />
แต่งๆ แป๊งๆ แป่วๆ</span></p>
<ul>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>ลักษณะของกู่เจิง</strong></span></li>
</ul>
<p><em>ลักษณะของกู่เจิงโดยกายภาพจะแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน</em><br />
<strong>๑. ส่วนบนสุด</strong> ที่เป็นเส้นเสียงจะเชื่อกันว่าเป็นแดนสวรรค์เป็นส่วนกำเนิดเสียงสวรรค์ เส้นสายพาดจากซ้ายไปขวาเปรียบเสมือนท้องฟ้าอันกว้างไกล แนวหย่องเรียงรายประดุจขุนเขาไกลโพ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831464.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">มองจากด้านบน</span></p>
<p><strong>๒. ส่วนพื้นของตัวกู่เจิง</strong> เชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำมหาสมุทร โดยมีขอบเป็นโลกมนุษย์</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831624.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">ด้านใต้ของกู่เจิง</span></p>
<p><strong>๓. ด้านล่าง</strong> คือแดนบาดาล จะมีช่อง ๒ ช่องประดุจสระหงส์และวังมังกร</p>
<p>สายของกู่เจิง สมัยโบราณนิยมใช้เอ็นในการขึงสาย ปัจจุบันมักใช้สายทองเหลือง โลหะ เหล็ก หรือสายเอ็นที่หมุนควั่นเกลียวโดยรอบด้วยวัสดุสังเคราะห์</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831719.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">รูไหนวังมังกร รูไหนสระหงส์</span></p>
<p>ในปัจจุบันนี้ไม่มีการกำหนดจำนวนสายที่แน่นอนสำหรับกู่เจิง สายมากน้อยขึ้นอยู่กับความถนัดและลูกเล่นของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ ๑๙ &#8211; ๒๕ สาย ตามความเหมาะสมของผู้เล่น ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้</p>
<ul>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>ลักษณะการเล่น</strong></span></li>
</ul>
<p><em>การเล่นมี ๕ ลักษณะในการบรรเลงโดยแบ่งออกตามธาตุอันเป็นที่เชื่อถือของคนจีนคือ</em></p>
<p><strong>๑. การเล่นแบบธาตุดิน</strong><br />
เป็นการเล่นลักษณะดีดควบ อาจจะเป็นตัวโน้ตเดียวกัน แต่ดีดควบสายเพื่อให้เสียงออกมาหนักแน่น (นึกภาพออกไหม ?)</p>
<p><strong>๒. การเล่นแบบธาตุน้ำ</strong><br />
เป็นการกวาดเสียง โดยใช้นิ้วมือหรือปิ๊กก็ได้ เป็นการดีดเพื่อแสดงความพริ้วไหวแสดงอารมณ์ของสายน้ำ สายฝน หรือสายลม ซึ่งเสียงการดีดลักษณะนี้ยากที่จะหาเครื่องดนตรีอื่นใดเลียนแบบความพริ้วได้เหมือน</p>
<p><strong>๓. การเล่นแบบธาตุทอง</strong><br />
เป็นการดีดไล่เสียงคนละขั้นเสียงเพื่อเป็นการแสดงความก้องกังวาน เรียกง่ายๆคือการดีดแบบลูกไล่เปรียบประดุจเสียงก้องกังวานของโลหะ (โลหะและทองคือธาตุเดียวกัน)</p>
<p><strong>๔. การเล่นแบบธาตุไฟ</strong><br />
คือการดีดรัวลักษณะกรอเส้นเสียง อาจจะเส้นเดียวหรือหลายเส้นในเวลาเดียวกันก็ได้ เปรียบเสมือนยามเปลวไฟต้องสายลม</p>
<p><strong>๕. การเล่นแบบธาตุไม้</strong><br />
เป็นลักษณะการดีดหลักๆของกู่เจิงและดนตรีลักษณะดีดทุกประเภท คือการดีดไล่โน้ตไปตามท่วงทำนองของดนตรี ส่วนนี้คือส่วนหลักในการดำเนินทำนองและอารมณ์ของเพลง</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152831902.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">ปิ๊ค หรือ เล็บปลอม ใส่เพื่อให้เสียงที่ชัดเจนขึ้น</span></p>
<p>เพลงแต่ละเพลงสามารถดีดได้ตามลักษณะที่กล่าวมาข้างต้นซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทักษะความสามารถของผู้เล่นว่าจะสามารถใส่ลักษณะการเล่นกี่แบบลงไปในเพลงที่บรรเลงได้ อาจจะมีทั้ง ๕ ลักษณะเลยใน ๑ เพลงเลยก็ได้ (แสดงความเก๋าไงล่ะ)</p>
<p>ประการแรกในการเล่นนั้นทำความเข้าใจก่อนว่า กู่เจิงมีเสียงจากเส้นสายคือ  <strong>โด เร มี ซอล</strong> และ <strong>ลา</strong> ตามลำดับ (Pentatonic Scale) ส่วนเสียง <strong>ฟา</strong> และ <strong>ที</strong> นั้นจะ<strong>เกิดได้โดยการดีดสายและกดเส้นสายที่พาดหย่องเพื่อกำเนิดเสียง ฟา และ ที</strong> มือขวาเล่นโน้ตหลัก มือซ้ายดีดคอร์ด</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152832207.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">ตัวนี้ราคาแค่ &#8220;๖๒,๐๐๐&#8221; กว่าบาทเอ๊ง&#8230; เอ๋งๆๆๆๆๆ</span></p>
<p>ผู้ที่สนใจจะเล่นนะครับ ลองๆเดินสอบถามราคาได้ที่เยาวราชตามร้านเครื่องดนตรีจีนโบราณซึ่งสมัยนี้ก็มีขายกันพอสมควรแล้ว ราคาน่าจะอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ &#8211; ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป (แมคไม่แน่ใจ) อย่าดูราคาใต้รูปที่แมคนำเสนอแล้วถอดใจในราคา เพราะที่เอามาให้ดูนั่นคือกู่เจิงระดับคนรวยเขาซื้อหามาใช้กันครับ และแน่นอนการเรียนเราก็ต้องมีครูใช่มะ ? แมคไม่รู้นะว่าที่ไทยคิดราคากันเท่าไหร่เคยสอบถามราคาที่ไทเปแปลงเป็นเงินไทยแล้ว <strong>ราคามาตรฐานชั่วโมงละ ๕๐๐ &#8211; ๑,๐๐๐ บาทเองเป็นอย่างต่ำ</strong> (เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ๕๐๐ เองเหรอ? ๑,๐๐๐ เองเหรอ!!!)  กว่าจะเล่นเป็นหมดไปเท่าไหร่กดเครื่องคิดเลขกันเอาเองครับ แต่แนะนำว่าถ้าอยากได้เครื่องดนตรีที่ดีคุณควรสร้างพันธมิตรก่อน (<strong><span style="text-decoration: line-through;">ไม่จำเป็นต้องกู้ชาติ</span></strong>) เป็นอันดับแรก อาจารย์ของคุณอาจจะช่วยสั่งซื้อกู่เจิงตัวงาม made in china มาให้คุณเลือกสรรตามกำลังเงินได้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152832443.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">หย่องและเส้นสายของกู่เจิง</span></p>
<p style="text-align: center;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p>สุดท้ายนี้ (จะจบละ) แมคนำบทเพลง ๓ เพลงมาฝากครับ ซึ่งบทเพลงทั้ง ๓ บทเพลงนี้ ๒ บทเพลงแรกถือว่าเป็นเพลงขั้นสูงสำหรับการเล่นในระดับอัจฉริยะ (ถ้าเล่นได้ดี)</p>
<p><strong>บทเพลงแรก <span style="text-decoration: underline;">彝族舞曲</span></strong><br />
<strong>彝族舞曲</strong> (yí zú wŭ qŭ) แมคเชื่อว่าหลายๆคนคงคุ้นกับเพลงนี้แน่ๆล่ะ เพลงนี้ในชื่อภาษาไทยคือ <strong>&#8220;ระบำเผ่าอี้&#8221;</strong> เป็นเพลงที่ <strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี</strong> ทรงเลือกใช้ในการบรรเลงในการแสดงดนตรีไทย-จีน <strong>สายสัมพันธุ์สองแผ่นดิน</strong> โดยมี <strong><a title="รูปอาจารย์หลี่หยางครับ  ขอบคุณ ไทยวิกิพีเดีย สำหรับรูปอ้างอิงข้อมูล" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:DSC02504.JPG" target="_blank">อาจารย์หลี่ หยาง</a></strong> เป็นพระอาจารย์ผู้ฝึกสอน ใช้ทักษะการเล่นขั้นสูงครบ ๕ ชนิดใน ๑ เพลง เป็นเพลงที่เหล่านักกู่เจิงระดับสูงนิยมนำมาบรรเลง ผู้แต่ง, ผู้เล่นเพลงนี้ และประวัติแมคไม่สามารถหามาได้ ต้องอภัยผู้แต่งบทเพลงนี้ และผู้เล่นเพลงนี้อย่างสูงครับ</p>
<p style="text-align: center;">
<p><strong>บทเพลงที่สอง <span style="text-decoration: underline;">戰颱風</span></strong><br />
<strong>戰颱風</strong> (zhàn tái fēng) แปลเป็นไทยว่า <strong>&#8220;สู้พายุ&#8221; </strong>(ไต้ฝุ่น ต้องไต้ฝุ่นด้วยนะเพราะ 颱風 แปลว่าพายุไต้ฝุ่น) เพลงนี้สุดยอดครับ เป็นเพลงเอกอีกเพลงที่หลายศิลปินจะหยิบมาบรรเลงเพื่อแสดงความเก๋า อ่านชื่อเพลงนะครับ &#8220;สู้พายุ&#8221; แล้วลองฟังเสียงการบรรเลง จะเป็นไปตามสถานะการณ์ <strong>ทั้งเสียงพายุพัด เสียงหยดน้ำ และบรรยากาศหลังพายุสงบ และพายุกลับมาอีกครั้ง</strong> ลักษณะการเล่นระดับเซียนครับ แมคว่าเทคนิดการเล่นเกิน ๕ อย่างนะ เพราะอลังการมากๆ เพลงนี้แต่งโดย <strong><a title="อาจารย์ 王昌元 ศิลปินกู่เจิงแนวหน้าของโลก" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wang_Chang_Yuan" target="_blank">王昌元</a></strong> (Wáng Chāngyuán) ในปี ค.ศ. ๑๙๖๕ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากครั้งที่พายุไต้ฝุ่นพัดเข้าฝั่งที่เซี่ยงไฮ้ ปัจจุบัน 王昌元 ก็ยังคงเป็นนักกู่เจิงแนวหน้าของโลก คาราวะเลยครับ เสียงฝนตก หยดน้ำทำเอาแมคอึ้งไปเลย</p>
<p style="text-align: center;">
<p><strong>บทเพลงที่สาม <span style="text-decoration: underline;">ลาวดวงเดือน</span></strong><br />
<strong>ลาวดวงเดือน</strong> ครับ เพลงนี้ทรงพระนิพนธ์โดย <strong><a title="พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%A1" target="_blank">พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม</a></strong> พระนามเดิม พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ <strong>ทรงเป็นต้นราชสกุล &#8220;เพ็ญพัฒน์&#8221;</strong> ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๓๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว <strong>เดิมเพลงนี้กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมทรงตั้งชื่อว่า เพลงลาวดำเนินเกวียน แต่เนื่องจากเนื้อร้องมีคำว่า &#8220;ดวงเดือน&#8221; อยู่หลายตอน ทำให้ผู้ฟังเรียกผิดเป็น ลาวดวงเดือน</strong> เพลงนี้บรรเลงโดย <strong>อาจารย์อภิชัน พงษ์ลือเลิศ</strong> ท่านได้นำบทเพลงไทยที่คุ้นหูมาบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีกู่เจิงได้อย่างลงตัวและไพเราะมากๆ และยังมีบทเพลงจีนที่คนไทยคุ้นหูรวมอยู่ในอัลบั้มนี้ด้วยครับ ถ้าชอบลองหาๆซื้อกันฟังดูนะครับ (แมคไม่มีแจก อิอิ)</p>
<p style="text-align: center;">
<p>ยังมีเครื่องดนตรีโบราณของจีนที่น่าสนใจอยู่อีกครับ จริงๆแมคอยากจะเขียนเรื่อง <strong>琵琶</strong> (Pípá) ผีผา ไว้ด้วย แต่ด้วยที่ข้อมูลยังไม่มีมากเท่าไหร่เลยเอาไว้ก่อนดีกว่า วันนี้คงจบเรื่อง <strong>古箏 เสียงพิณจากแดนสวรรค์</strong> ไว้เท่านี้ครับ ข้อมูลทั้งหน้านี้ใช้เวลารวบรวมและศึกษาอยู่วันละนิดๆหน่อยๆ แต่มานั่งเขียนจริงๆใช้เวลาเกือบ ๑ วันเต็มๆ เหนื่อยมั่กๆ แต่เขียนเสร็จนานหลายอาทิตย์ละครับวันนี้ได้ฤกษ์เอามานำเสนอ ก็ถือว่าเป็นความรู้รอบตัวที่นำมาแบ่งปันครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.bloggang.com/data/regnum/picture/1152832536.jpg" alt="" /><br />
<span style="font-size: xx-small;">เอ่อ&#8230; ไม่เกี่ยวอะไรกับกู่เจิง แค่จะบอกว่าแมคมีตุ๊กตาหินเซทนี้เฉยๆ ๒ ตัว</span></p>
<ul>
<li><strong>ขอบคุณ <a title="วิกิพีเดีย สารานุกรมออนไลน์ ที่ใครๆก็สามารถเขียนได้" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wiki" target="_blank">Wikipedia, the free  encyclopedia</a></strong> ข้อมูลอ้างอิงเพื่อเสริมในบทความนี้</li>
<li><strong>ขอบคุณ <a title="รูปประกอบบทความจาก Sound of China ลองเข้าไปดูราคากู่เจิงเจ๋งๆได้ที่นี่" href="http://www.chinesezither.net/" target="_blank">Sound of China</a></strong> รูปประกอบในบทความนี้</li>
</ul>
<h3>บทความที่เกี่ยวข้อง</h3>
<ul class="related_post">
<li>ไม่พบบทความที่มึนระดับเดียวกัน</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.akitia.com/%e5%8f%a4%e7%ae%8f-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%94/19/07/2008/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
